ร่ำรวยและเหลื่อมล้ำ 5 เศรษฐีโลกรวยขึ้น 8 แสนล้านเหรียญ แต่ประชากรโลก 5 พันล้านคนจนลง

ร่ำรวยและเหลื่อมล้ำ 5 เศรษฐีโลกรวยขึ้น 8 แสนล้านเหรียญ แต่ประชากรโลก 5 พันล้านคนจนลง

นับตั้งแต่ปี 2020 ความมั่งคั่งสุทธิของมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยที่สุดในโลกทั้ง 5 คนพุ่งทะยาน 114% หรือ 8.69 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขหลังปรับค่าเงินเฟ้อแล้ว จากรายงานประจำปีโดย Oxfam ที่มีการเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม 2024 ที่ผ่านมา หากทิศทางยังเป็นเช่นนี้ต่อไป เราอาจได้เห็นมหาเศรษฐีล้านล้านเหรียญคนแรกในรอบทศวรรษ


    ในขณะเดียวกัน ประชากรเกือบ 5 พันล้านคนทั่วโลกกลับจนลง ยามต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ สงคราม และวิกฤตสภาพภูมิอากาศ โดยอาจต้องใช้เวลาราว 230 ปีเพื่อขจัดความยากจนให้หมดไปเมื่อพิจารณาจากความเป็นไปในปัจจุบัน

    รายงานดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลที่ Forbes รวบรวมไว้ และปล่อยออกมาประจวบเหมาะกับงานประชุม World Economic Forum ประจำปี ณ ดาฟอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยในปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-19 มกราคม 2024 ซึ่งมีบรรดาบุคคลมั่งคั่งระดับแนวหน้าและผู้นำโลกมารวมตัวกัน

    “แม้ความเหลื่อมล้ำจะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็มีแสงเทียนในความมืดมิด” Nabil Ahmed ผู้อำนวยการฝ่ายความยุติธรรมทางเศรษฐกิจและชาติพันธุ์แห่ง Oxfam America กล่าว

    ผู้คนชนชั้นกรรมาชีพพากันออกมาแสดงพลังผ่านการประท้วงและต่อรองเรียกค่าตอบแทนและเงื่อนไขการทำงานที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น อีกทั้งหลายรัฐบาลก็อยู่ข้างพวกเขา ร่วมผลักดันนโยบายสนับสนุนสิทธิแรงงานต่างๆ

    “พวกเราอยู่ในยุคฉาบทองครั้งใหม่ แต่แรงงาน หน่วยงานกำกับดูแล สหภาพ และผู้จัดการชุมชนกำลังกะเทาะมัน” Ahmed เปรียบเปรยสถานการณ์ปัจจุบันกับช่วง Glided Age หรือยุครุ่งเรืองของสหรัฐอเมริกาหลังสงครามกลางเมือง ที่อเมริกาเจริญก้าวหน้า ทันสมัย และเศรษฐกิจเฟื่องฟู แต่อีกด้านหนึ่งก็มีเรื่องของการฉ้อโกงตลอดจนความอยุติธรรมต่างๆ อันก่อให้เกิดปัญหาด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมตามมา


Elon Musk, Bernard Arnault และ Larry Ellison

​

ความมั่งคั่งทบทวี

    Elon Musk ผู้ดำเนินกิจการหลายบริษัทรวมถึง Tesla และ SpaceX ที่เติบโตยิ่งใหญ่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นแตะ 2.45 แสนล้านเหรียญ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2023 เทียบกับเมื่อเดือนมีนาคม 2020 ถือว่าเติบโตถึง 737% แม้จะปรับค่าเงินเฟ้อแล้วก็ตาม

    ด้าน Bernard Arnault ประธานบริษัทสินค้าลักชัวรียักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส LVMH และครอบครัวมีความมั่งคั่งสุทธิถึง 1.93 แสนล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 111%

    ส่วนผู้ก่อตั้ง Amazon อย่าง Jeff Bezos มีมูลค่าทรัพย์สินในครอบครอง 1.67 แสนล้านเหรียญ โต 24% ในขณะที่ Larry Ellison ผู้ก่อตั้ง Oracle มีความมั่งคั่งสุทธิ 1.45 แสนล้านเหรียญ คิดเป็นตัวเลขเติบโต 107% นับจากปี 2020

    และอีกคนที่ขาดไม่ได้เลยคือ Warren Buffett ซีอีโอแห่ง Berkshire Hathaway ที่ความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 48% รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งหมดเป็น 1.19 แสนล้านเหรียญ

    หากคำนวณรวมกัน อภิมหาเศรษฐีเหล่านี้มีมูลค่าความมั่งคั่งถึง 3.3 ล้านล้านเหรียญ เพิ่มจากปี 2020 ราว 34% โดย Oxfam เผยว่าทรัพย์สินของพวกเขาเติบโตเร็วกว่าอัตราเงินเฟ้อถึงสามเท่า


Warren Buffett และ Jeff Bezos

​

อำนาจบริษัท

    จากรายงานของ Oxfam ประจำปีนี้ ชี้ว่าธุรกิจต่างๆ กำลังกอบโกยผลกำไรมหาศาล เติมมูลค่าทรัพย์สินให้แก่บรรดาผู้มั่งคั่งทั้งหลาย บริษัทเอกชนรายใหญ่ที่สุดในโลก 7 จาก 10 แห่งมีมหาเศรษฐีดำรงตำแหน่งซีอีโอ หรือไม่ก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

    ยิ่งไปกว่านั้น ชนชั้นบนที่มีเพียง 1% กลับถือครองทรัพย์สินทางการเงินราว 43% ของทั้งโลก อ้างอิงข้อมูลที่ Oxfam ได้จาก Wealth X โดยในสหรัฐฯ คนกลุ่มนี้ก็ครอบครองทรัพย์สิน 32%, ในเอเชียครอบครอง 50%, ในตะวันออกกลางครอบครอง 48% และในยุโรปครอบครอง 47%

    Oxfam เผยว่า บริษัทใหญ่ 148 แห่งของโลกทำกำไรเกือบ 1.8 ล้านล้านเหรียญตลอดระยะเวลา 12 เดือนนับย้อนจากเดือนมิถุนายนปี 2023 ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2018-2021 ถึง 52.5%

    Oxfam พุ่งเป้าไปยังอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ เภสัชภัณฑ์ และการเงิน ที่กวาดผลกำไรตลอด 1-2 ปีมานี้ไปเป็นมูลค่ามหาศาลมากกว่าค่าเฉลี่ยในปีก่อนหน้านั้น

    “เราเมินเฉยต่อบทบาทที่ผูกขาดอำนาจในการแบ่งสรรปันความมั่งคั่ง ซึ่งนับว่าอันตรายมาก” Admed กล่าว

    Oxfam กำลังเรียกร้องให้รัฐบาลต่างๆ ก้าวเข้ามามีบทบาท

    “อำนาจรัฐสามารถกำราบอำนาจของบริษัทและความเหลื่อมล้ำอันยากจะควบคุมได้ เพื่อปรับตลาดให้เข้าที่เข้าทาง มีความเป็นธรรม และหลุดจากการครอบงำของมหาเศรษฐี” Amitabh Behar ผู้อำนวยการใหญ่ชั่วคราวแห่ง Oxfam International เผยผ่านแถลงการณ์

    “รัฐบาลต้องเข้าแทรกแซงเพื่อหยุดยั้งการผูดขาด สนับสนุนแรงงาน เก็บภาษีจากกำไรมหาศาลของบริษัทเหล่านี้ และที่สำคัญ ต้องลงทุนสร้างศักราชใหม่ของสินค้าและบริการสาธารณะ”


แปลและเรียบเรียงจาก The wealth of the world’s five richest men more than doubled since 2020​


เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : จากพนักงานสู่ประธานบริษัท! “เจแปนแอร์ไลน์” แต่งตั้งอดีตแอร์ฯ เป็นประธานหญิงคนแรกของสายการบิน

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine