Marina Bay Sands ความหรูหราที่สะกดทุกสัมผัส ที่สุดแห่งการพักผ่อนในสิงคโปร์

Marina Bay Sands ความหรูหราที่สะกดทุกสัมผัส ที่สุดแห่งการพักผ่อนในสิงคโปร์

เชื่อว่าการไปเยือนสิงคโปร์ของหลายๆ คน น่าจะเคยไปถ่ายรูปความตระการตาของ Marina Bay Sands โรงแรมขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บน Marina Bay


    ด้วยดีไซน์โดดเด่นที่เป็นตึก 3 ตึกเรียงกัน ด้านบนเชื่อมกันไว้ด้วยโครงสร้างที่มองข้างนอกเหมือนเรือ ทำให้ที่นี้กลายเป็นแลนด์มาร์คหนึ่งของประเทศที่ใครไปเยือนก็ต้องไปถ่ายรูปเก็บไว้สักครั้ง ยิ่งตอนกลางคืนที่มีโชว์แสง-สี-เสียง วิวที่มองไปยังโรงแรมแห่งนี้จึงตระการตาอย่างไม่แน่แปลกใจ

​


    และไม่ใช่แค่วิวที่มองไปที่โรงแรมเท่านั้น แต่วิวของ Marina Bay รวมถึงวิวอื่นๆ ที่เราเห็นจากห้องพักในโรงแรมแห่งนี้ ก็เรียกได้ว่าสร้างความประทับใจให้ผู้เข้าพักได้อย่างไม่รู้ลืมเหมือนกัน ยิ่งวิวจากห้อง Residence ด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง เหมือนเราถูกต้องมนตร์สะกดไว้ชั่วขณะ


    Marina Bay Sands เปิดให้บริการในวันที่ 23 มิถุนายน 2010 โรงแรมนี้เป็นโปรเจ็กต์ที่สำคัญของสิงคโปร์ ซึ่งได้รับการออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชื่อดังอย่าง Moshe Safdie Architects และเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาย่าน Marina Bay ของสิงคโปร์

    โครงสร้างหลักๆ ประกอบด้วยอาคาร 3 อาคารตั้งเรียงกัน ซึ่งภายในประกอบด้วยโรงแรมหรู กาสิโน ศูนย์การค้า ร้านอาหารและบาร์ พิพิธภัณฑ์ศิลปะและวิทยาศาสตร์ และพื้นที่สำหรับการจัดกิจกรรมและความบันเทิงต่างๆ

    โดยในส่วนของห้องพักนั้นนั้นอยู่ในทั้ง 3 อาคาร มีทั้งหมด 2,561 ห้องพัก โดยมีห้องพักให้เลือกหลายประเภท ตั้งแต่ห้อง Deluxe, ห้อง Premier, ห้อง Premier Suite, ห้อง Premier Studio, ห้อง Family Suite และห้อง Signature Suite รวมถึงห้อง Residences ที่มอบความสะดวกสบายและความเป็นส่วนตัวสูง พร้อมวิวให้เลือกหลากหลายวิว ทั้งวิวเมืองและวิวสุดตระการตาของ Gardens by the Bay

​


    แต่สำหรับห้อง Residences แล้ว อาจจะไม่ต้องเลือกวิว เพราะที่นี่ซึ่งตั้งอยู่ด้านบนของโรงแรม โดยเฉพาะห้องที่ผู้เขียนได้ไปเยี่ยมชม สามารถเห็นวิวของ Marina Bay ได้แบบรอบทิศ ทั้งวิวเมือง, วิว Garden by the Bay จนถึงวิวอ่าว

​


    ห้อง Residences ของ Marina Bay Sands มีทั้งหมดหลายห้องด้วยกัน ห้องนี้อาจจะจองผ่านเว็บไซต์ด้วยตัวเองไม่ได้ เนื่องจากมีไว้รับรองแขกคนพิเศษเท่านั้น เช่น แขกคนสำคัญของประเทศ ไปจนถึงศิลปินระดับโลก

​


    ห้องที่ผู้เขียนได้ไปเยี่ยมชมมีขนาดรวมกว่า 360 ตารางเมตร ภายในประกอบไปด้วย ห้องนอน 2 ห้องที่มาพร้อมห้องน้ำส่วนตัวที่มีอ่างอาบน้ำ โดยเฉพาะห้องนอนหลักที่อ่างอาบน้ำมาพร้อมกับวิวสวนเล็กๆ มองออกไปไกลๆ คือทะเลสีฟ้าครามของสิงคโปร์

​


    ไฮไลต์สำคัญในห้องนี้คือห้องนั่งเล่นที่ผู้เข้าพักสามารถเชิญแขกหรือเพื่อนๆ มาเอนจอยโมเมนต์สนุกๆ ร่วมกันได้ โดยมีเครื่องเล่นคาราโอเกะพร้อมไมค์ไว้รองรับ พร้อมๆ กับการชมวิวของ Marina Bay พร้อมโดมทั้ง 2 โดมของ Gardens by the Bay ที่หาชมไม่ได้จากที่ไหน ที่เรียกได้ว่าสะกดทุกสายตาไว้ได้จริงๆ

​


    และแน่นอนว่าห้อง Residences ยังมาพร้อมบริการที่หรูหราและสิ่งอำนวยความสะดวกระดับลักชัวรีที่ครบครันและทันสมัย ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะรับประทานอาหาร, เคาน์เตอร์ครัวพร้อมเตา, ตู้เย็น, เตาอบ, ไมโครเวฟ เป็นต้น

​


​


    นอกจากนี้ภายในห้องยังมีบริการเครื่องดื่มหลากหลายประเภท ทั้งไวน์และบรั่นดี (ซึ่งอาจมีค่าบริการเพิ่มเติม), เก้าอี้นวดไฟฟ้า, ตู้เซฟ, ห้องน้ำสำหรับแขก, ห้องนั่งเล่นใหญ่ที่กั้นสัดส่วนจากห้องนอนเป็นอย่างดี, มี iPad ที่ใช้ควบคุมการเปิดปิดไฟ ผ้าม่าน และทีวีในห้องได้ รวมถึงยังมีหมอนให้เลือกถึง 6 แบบที่ผู้เข้าพักสามารถขอเปลี่ยนได้ตามชอบ

​



​

    ในส่วนของห้องพักปกติของโรงแรม Marina Bay Sands แม้จะไม่ได้เอ็กซ์คลูซีฟสุดๆ แบบห้อง Residences แต่ก็เรียกได้ว่ายังคงความหรูหรา และมอบความสะดวกสบายให้กับคนที่เข้ามาพักได้อย่างสมบูรณ์แบบ

​


​


​

    อย่างที่กล่าวไปว่าห้องพักนั้นมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ห้อง Deluxe, ห้อง Premier, ห้อง Premier Suite, ห้อง Premier Studio, ห้อง Family Suite และห้อง Signature Suite และมีวิวให้เลือกทั้งวิวเมืองและ Gardens by the Bay ซึ่งครั้งนี้ผู้เขียนได้พักอาคาร 1 ชั้น 12 วิวเมือง ซึ่งห้องพักในอาคารนี้เพิ่งได้รับการปรับปรุงเมื่อไม่นานมานี้

​


    ความประทับใจสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกของการเดินเข้าห้องในยามบ่าย ที่เมื่อมองไปขณะอยู่โถงทางเดิน คือภาพของแสงแดดที่สาดส่องเข้ามาในห้อง กระทบกับบาร์เครื่องดื่มเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้หน้าต่าง (ซึ่งบาร์เครื่องดื่มนี้มีค่าบริการเพิ่มเติม)

​


    ภายในห้องมีผลไม้และขนมไว้ต้อนรับบริเวณโต๊ะที่ตั้งอยู่ใกล้กับโซฟาปลายเตียง นอกจากนี้ มินิบาร์ที่ไม่มีค่าบริหารเพิ่ม ยังครบครันไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างเครื่องชงกาแฟแคปซูล กาต้มน้ำร้อน ช็อกโกแลต ลูกอม ชา นมจืด และน้ำเปล่า

​


    ขณะที่มินิบาร์ส่วนที่มีค่าบริการเพิ่มเติม ก็ครอบคลุมทั้งไวน์ เบียร์ น้ำผลไม้ 3-4 อย่าง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วย ขนมกรุบกรอบขึ้นชื่อของสิงคโปร์อย่างหนังปลากรอบ และชาแบบพิเศษ พร้อมชุดชงชาระดับพรีเมียม

​


    ภายในห้องยังมาพร้อมกับทีวีขนาดใหญ่, โทรศัพท์, เครื่องชั่งน้ำหนัก, ตู้เซฟ, ไดร์เป่าผมแบรนด์ Dyson, อ่างอาบน้ำที่แบ่งสัดส่วนชัดเจนกับฝักบัวและโถสุขภัณฑ์

​


    ที่พิเศษคือแชมพู ครีมนวด ครีมอาบน้ำ โลชั่น และสบู่ของที่นี่ใช้ของแบรนด์ Jo Loves แบรนด์ความหอมสัญชาติอังกฤษที่เกิดขึ้นภายใต้วิสัยทัศน์ด้านกลิ่นหอมของ Jo Malone นักปรุงน้ำหอมและนักธุรกิจชื่อดังระดับโลก สร้างบรรยากาศหอมละมุนและให้ความรู้สึกผ่อนคลายหลังจบวันได้เป็นอย่างดี

​


    สำหรับอาหารเช้าของที่นี่มีห้องอาหารทั้งหมด 2 ห้องด้วยกัน คือ บริเวณอาคาร 1 ใกล้กับล็อบบี้ และชั้นบนสุดใกล้กับสระว่ายน้ำไฮไลต์อย่าง Infinity Pool ซึ่งเป็นสระว่ายน้ำลอยฟ้าไร้ขอบที่ยาวที่สุด ทั้งยังตั้งอยู่สูงที่สุดในโลก (แต่ห้องอาหารชั้นบนเป็นแบบ outdoor และไลน์อาหารอาจจะน้อยกว่า)


    โดยรวมการเข้าพักที่ Marina Bay Sands เชื่อว่าจะทำให้ทุกคนได้สัมผัสกับความหรูหรา ความสะดวกสบาย และอีกหนึ่งของความเป็นสิงคโปร์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนแน่นอน!



Forbes Facts

    - Marina Bay Sands ติดอันดับ 3 จากลิสต์ 10 อันดับโรงแรมหรูในสิงคโปร์ของ Trip.Best โดย Trip.Com

    - โรงแรมกำลังอยู่ระหว่างสร้างอาคารใหม่เพิ่มเติม โดยใช้เม็ดเงินลงทุนกว่า 4.5 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ โดยอาคารใหม่นี้จะตั้งอยู่ใกล้กับกลุ่มอาคารเดิม ประกอบไปด้วยห้องพักโรงแรมกว่า 1,000 ห้อง สนามกีฬาขนาด 15,000 ที่นั่ง และพื้นที่อื่นๆ สำหรับรองรับการเดินทางของกลุ่ม MICE โดยคาดว่าโครงการนี้จะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน 2029



ภาพ: กนกวรรณ มากเมฆ

สนับสนุนการเดินทางโดย Trip.Com และ Marina Bay Sands



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : คน 60% ไปเที่ยวเพื่อไปกินของอร่อย! รู้จัก Trip.Gourmet ตัวช่วยหา ‘ร้านอาหารที่ดีที่สุด’ ในทริป

ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine