พญ. ณัฏฐณิชาภัทร ชาญทัฬหพงศ์ ยกระดับความงามผ่าน Dr.Kaimook Clinic

พญ. ณัฏฐณิชาภัทร ชาญทัฬหพงศ์ ยกระดับความงามผ่าน Dr.Kaimook Clinic

    แพทย์หญิง ณัฏฐณิชาภัทร ชาญทัฬหพงศ์ หรือ คุณหมอไข่มุก เริ่มต้นอาชีพจากการเป็นแพทย์ในระบบราชการ ควบคู่กับการทำงานตามคลินิกความงาม ภาระงานที่หนักจนเคยหลับในระหว่างขับรถ กลายเป็นจุดเปลี่ยนให้เธอตัดสินใจออกจากราชการ และเข้าสู่ธุรกิจคลินิกความงามอย่างเต็มตัว

    จากแพทย์ประจำคลินิก เธอค่อยๆ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ร่วมลงทุน ผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้บริหาร Dr.Kaimook Clinic ซึ่งต้องรับผิดชอบทั้งการดูแลคนไข้และการวางทิศทางธุรกิจ

    “ในช่วงแรก คลินิกให้บริการศัลยกรรมจมูกเป็นหลัก ซึ่งเป็นตลาดที่มีผู้เล่นจำนวนมากและแข่งขันกันด้านราคา จนอัตรากำไรลดเหลือเพียงหลักเดียว เรามองว่า หากยังอยู่ในตลาดเดิม ธุรกิจก็อาจต้องลดราคาเพื่อแข่งขันไปเรื่อยๆ จึงเริ่มมองหาตลาดเฉพาะทาง และหันมาให้ความสำคัญกับการศัลยกรรมเสริมและยกกระชับหน้าอก ซึ่งไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะด้านความสวยงาม แต่ยังช่วยแก้ปัญหาด้านสรีระ ทั้งหลังมีบุตร หลังลดน้ำหนัก หรือภาวะหน้าอกหย่อนคล้อย

    การขยับออกจากตลาดที่แข่งขันด้วยราคา ทำให้คลินิกค่อยๆ พบจุดยืนของตัวเอง เมื่อบริการตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะทางมากขึ้น คนไข้ก็เริ่มบอกต่อ จนคลินิกเป็นที่รู้จักในตลาดศัลยกรรมหน้าอก จากนั้นจึงรีแบรนด์เป็น Dr.Kaimook Clinic และย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่

    “การขยายครั้งนั้นทำให้ธุรกิจต้องแบกรับหนี้ราว 10 ล้านบาท แลกกับพื้นที่ใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 10 เท่า แต่หลังย้ายมายังสถานที่ใหม่ คลินิกกลับทำยอดขายและกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังรักษาผลประกอบการในระดับสูงได้ แม้อยู่ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย”

​

นายแพทย์ภาณุวัฒน์ วรากูลศิริพันธุ์
และ แพทย์หญิง ณัฏฐณิชาภัทร ชาญทัฬหพงศ์

    สิ่งที่น่าสนใจคือ การเติบโตครั้งนี้ไม่ได้มาจากจำนวนคนไข้ที่เพิ่มขึ้น แต่เกิดจากการเข้าถึงคนไข้ที่ตรงกลุ่มมากขึ้น ดังนั้นแม้จำนวนเคสจะลดลงประมาณ 20% แต่ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของแบรนด์ที่ดีขึ้น ทำให้ยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนเพิ่มขึ้น

    อย่างไรก็ตาม การวางตำแหน่งแบรนด์ให้ชัดเพียงอย่างเดียวยังไม่พอ หากลูกค้ายังไม่รู้จักและเชื่อมั่นในแพทย์ที่อยู่เบื้องหลังบริการ คุณหมอไข่มุกจึงสร้าง Personal Branding ควบคู่กัน เพื่อให้ผู้คนได้เห็นตัวตน วิธีคิด และแนวทางการดูแลคนไข้ของเธอมากขึ้น เมื่อผู้ติดตามรู้สึกใกล้ชิดและเข้าใจแนวทางการทำงาน ความเชื่อมั่นจึงค่อยๆ เกิดขึ้น จนบางส่วนตัดสินใจเข้ามาใช้บริการกับคลินิก

    ความเชื่อมั่นจากการสื่อสารยังถูกตอกย้ำผ่านประสบการณ์ในคลินิก ด้วยนโยบายไม่มีพนักงานขาย ลูกค้าสามารถปรึกษาแพทย์ได้ฟรี โดยไม่ถูกกดดันให้ซื้อคอร์ส และหากพูดคุยแล้วพบว่าแนวทางไม่ตรงกัน ก็ไม่จำเป็นต้องทำ เพราะคุณหมอไข่มุกมองว่า ผลลัพธ์จากศัลยกรรมอาจอยู่กับร่างกายไปอีกนาน ความจริงใจและความรับผิดชอบจึงสำคัญกว่าการปิดการขายระยะสั้น และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความไว้วางใจและการบอกต่อ

    อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ความท้าทายต่อมาคือการรักษามาตรฐานเดิมไว้ โดยไม่ต้องพึ่งพาคุณหมอไข่มุกเพียงคนเดียว เธอจึงให้ความสำคัญกับการกระจายงาน วางคนให้เหมาะกับตำแหน่ง และสร้างระบบที่ช่วยให้องค์กรเติบโตได้ด้วยทีม

​

​แพทย์หญิง ณัฏฐณิชาภัทร ชาญทัฬหพงศ์ หรือ คุณหมอไข่มุก

    สำหรับเป้าหมายต่อไปของ Dr.Kaimook Clinic คือการขยายบริการจากศัลยกรรมไปสู่ Longevity และ Wellness พร้อมยกระดับสู่โรงพยาบาลเฉพาะทางภายใน 1-2 ปี ผ่านโมเดล Collaboration โดยเปิดพื้นที่ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถใช้ห้องผ่าตัด บุคลากร และระบบหลังบ้านร่วมกัน

    “เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่การขยายธุรกิจ แต่คือการสร้างระบบนิเวศที่ทำให้แพทย์ ธุรกิจ และคุณภาพบริการ สามารถเติบโตไปพร้อมกัน แม้โมเดลนี้ยังใหม่และต้องใช้เวลาพิสูจน์ แต่หากทำสำเร็จ ก็อาจกลายเป็นรูปแบบการทำงานใหม่ของแพทย์ ที่ยกระดับทั้งคุณภาพบริการและคุณภาพชีวิตของคนในองค์กรไปพร้อมกัน”